วิธีทำให้การถ่ายวิดีโอด้วยมือถือของเราดูดีขึ้น น่าสนใจขึ้น และใช้งานได้จริง

วิธีทำให้การถ่ายวิดีโอด้วยมือถือของเราดูดีขึ้น น่าสนใจขึ้น และใช้งานได้จริง ผมเชื่อว่าตอนนี้เราใช้กล้องมือถือในการถ่ายวิดีโอจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งถ้าหากใครต้องการจะใช้กล้องมือถือให้ถึงที่สุดแบบที่เขาทำได้จริง ๆ ลองดูคอนเทนต์นี้ครับ เพราะผมจะพาทุกคนถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ เอาให้แบบดีที่สุดสำหรับกล้องเราจะทำได้เลย

ในนี้จะมีเรื่องของคุณภาพไฟล์วิดีโอ และคุณภาพเนื้อเสียง กับการถ่ายรวม ๆ กันทั้งหมดนะ

1. วิธีการตั้งค่าในการถ่ายวิดีโอด้วยมือถือให้ได้ไฟล์ที่คมชัด

เริ่มต้นให้เราตั้งค่าความละเอียดของไฟล์วิดีโอให้เหมาะสมกับการใช้งานก่อน ส่วนใหญ่กล้องมือถือก็จะถ่ายได้สูงสุดที่ 4K หรือมือถือบางรุ่นพิเศษหน่อยอาจจะตั้งได้ที่ 8K ให้ดูว่าเราใช้ความละเอียดระดับไหนครับ เราก็เลือกตรงส่วนนั้น

แต่ที่ผมอยากจะเพิ่มพิเศษคือสำหรับมือถือใครที่ถ่ายวิดีโอในโหมด ​HDR ได้ แนะนำให้เปิดไว้ด้วยครับในกรณีที่มีการถ่ายย้อนแสงบ่อย หรือถ่ายในช่วงกลางแจ้งที่มีทั้งแดดแรงและอาจจะมีแสงเงาเยอะ อันนี้ช่วยให้วิดีโอเราสวยได้มากเลย

2. อัพเกรดคุณภาพเสียงด้วยการใช้ไมโครโฟนแยกจากภายนอก

ในเรื่องของเสียง ปกติแล้วเราจะใช้ไมโครโฟนตัวมือถือซึ่งมันมีขนาดเล็ก แน่นอนแหละว่ามันพอใช้ได้ ถ้าเราจะบันทึกคอนเทนต์วิดีโอทั่วไป แต่ถ้าเกิดเราต้องการอะไรที่มันจริงจังมากกว่านั้น ควรอัพเกรดเรื่องของไมโครโฟนที่ใช้

ในตัวอย่างนี้ผมอัพเกรดเสียงโดยใช้ไมโครโฟนแยกจากภายนอก ซึ่งเป็น Wireless Microphone ทำให้เนื้อเสียงที่ได้จากการพูดแล้วก็การเก็บรายละเอียดต่าง ๆ ดีขึ้นแน่นอน

การที่มีคุณภาพเสียงที่ดีทำให้วิดีโอของเรานั้นมีความเป็นมืออาชีพขึ้น วิดีโอไม่ได้มีแค่การเคลื่อนไหวอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของเสียงด้วยที่จะทำให้คนดูอินกับเนื้อหาที่นำเสนอมากขึ้น

3. ควรใช้มุมกล้องที่หลากหลายช่วยให้เล่าเรื่องได้มากขึ้น

จุดที่กล้องมือถือทำได้ดีมาก ๆ เลยก็คือเรื่องของเลนส์กล้องที่มีเยอะ และคุณภาพสูงด้วย ซึ่งการเลือกใช้มุมกล้องที่หลากหลายในการเล่าเรื่องจะทำให้วิดีโอของเรามีมิติในการเล่าเรื่องที่หลากหลาย

ยกตัวอย่างมุมกว้าง ก็จะใช้เล่าเรื่องในบรรยากาศโดยรวม หรือมุมกล้องหลักที่ใช้ทั่วไปในการนำเสนอผมอาจจะเลือกใช้เลนส์ที่มีช่วงซูมเยอะขึ้นในการบอกเล่ารายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ให้ลึกกว่าเดิม ทำให้คนดูเห็นรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีก

ผมยกตัวอย่างเรื่องมุมกล้องแค่สองมุมเพื่อให้เข้าใจง่ายและลองทำตามได้ง่ายครับ แต่ถ้ากล้องเรามีมุมกล้องเยอะกว่านั้น ผมแนะนำลองใช้ดูนะ ทำให้เราสามารถเล่ารายละเอียดในวิดีโอได้เยอะ

4. ควรมีแสงสว่างที่เพียงพอกับการถ่ายวิดีโอ และควรเลือกทิศทางแสงให้เหมาะสม

สำหรับเรื่องแสงสว่างเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในงานวิดีโอ ไม่ว่าจะกล้องมือถือหรือกล้องมืออาชีพก็ต้องการแสงเหมือนกันหมด ดังนั้นเราควรเลือกพื้นที่ ที่มีแสงสวย ๆ เคล็ดลับในการเลือกแสงคือ ถ้านอกบ้าน ผมแนะนำถ่ายช่วงแสงแดดนุ่ม ๆ ไม่แรงจัด เช่น ช่วงเช้าก่อนสาย ๆ แสงแดดจะนุ่มนวลและสวยมาก ๆ กับอีกช่วงคือตอนบ่าย 4 โมง แสงจะเริ่มนุ่มลงแล้ว ยิ่ง 5 โมงเย็นยิ่งนุ่มลงครับ

แต่ถ้าเลี่ยงที่จะถ่ายช่วงแสงแดดแรงไม่ได้ ควรหาพื้นที่ร่ม ใต้ร่มไม้อาจจะพอช่วยเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง แต่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดครับ ถ้าในบ้านผมแนะนำแสงที่หน้าต่างครับ และอาจจะต้องลงทุนกับไฟสตูดิโอด้วย ซึ่งจะทำให้เราได้สภาพแสงที่สวย ๆ ยิ่งการถ่ายตอนกลางคืนถ้าไม่มีแสงหน้าต่าง พวกไฟสตูดิโอก็ยังช่วยเราได้ในการที่จะสร้างความสว่างให้กับเรา

5. ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ Application สำหรับการถ่ายวิดีโอมาใช้ จะช่วยให้ควบคุมการทำงานของกล้องได้เต็มประสิทธิภาพ

การใช้แอพพลิเคชั่นก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการถ่ายวิดีโอ โดยเฉพาะ iPhone แอพเดิม ๆ ใช้งานง่ายจริง แต่การจะทำงานแบบปรับอะไรเยอะแยะนี่ต้องใช้แอพแยกอย่างเดียว

ส่วนเครื่องของ Android ส่วนใหญ่จะมี ​Pro Mode อยู่ เราสามารถที่จะใช้ Pro Mode นี้ในการควบคุมการถ่ายวิดีโอได้เลย คือสามารถเลือกตั้งค่าทุกอย่างได้อิสระ แต่ถ้าหากใช้แอพพลิเคชั่นแยก ยกตัวอย่าง Flimic Pro อันนี้ก็จะมีการตั้งค่าอะไรต่าง ๆ ได้เยอะมากกว่าครับ

6. ใช้เคสมือถือสำหรับการถ่ายวิดีโอ ช่วยเรื่องการจัดการได้เยอะ

สิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามกันคือ การใช้เคสมือถือสำหรับถ่ายวิดีโอ จะช่วยเรื่องของการจัดการต่าง ๆ ได้เยอะเลย ถ้ายกตัวอย่างกล้อง Mirrorless ก็จะมีพวก Cage ที่ใส่ตรงบอดี้กล้องให้สามารถที่จะรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ เช่น ไมค์แยก, จอแยก

แต่มือถือการมี Case ที่สามารถต่ออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้มากขึ้น ก็จะช่วยเรื่องของการต่อไมค์แยก หรือการติดตั้งชุดไฟ ก็สามารถที่จะทำให้เราเพิ่มสิ่งที่ต้องการในการถ่ายทำได้มากขึ้น

สมัครรับโปรโมชั่น

เพิ่มเพื่อน LINE@ เพื่อรับข่าวสารการเปิดตัวสินค้าและโปรโมชั่น

Leave a Reply